เทคนิคในการยิง Ads ใน Tiktok และคลิปแบบไหนที่คนนิยมดูในปี 2022

เทคนิคในการยิง Ads ใน Tiktok และคลิปแบบไหนที่คนนิยมดูในปี 2022

Tiktok อีกหนึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมที่สร้างกระแสไวรัลให้คนในโซเชียลได้ตลอด โดยตั้งแต่ปิดโควิด ติ้กตอกกลายเป็นโซเชียลมีเดียลที่สร้างความบันเทิงให้ผู้ใช้งานมากขึ้น ด้วยรูปแบบคอนเท้นต์ที่เป็นวิดีโอคลิปสั้นๆ ทำให้ผู้ใช้งานเสพคอนเท้นต์ได้ง่ายและดูเพลินได้เรื่อยๆ  จนปัจจุบันยอดดาวน์โหลด Tiktok แซง Facebook ไปแล้วเรียบร้อย จุดเด่นของการทำโฆษณาบนติ้กตอก คือ คลิปส่วนใหญ่ดูแล้วไม่เหมือนการโฆษณา สามารถรับชมได้เพลินๆ ทำให้นักการตลาดส่วนใหญ่หันมาเริ่มใช้ Tiktok เป็นเครื่องมือการตลาดมากขึ้น เพราะทำให้คนอยากจดจำแบรนด์สินค้าแบบไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป  คลิปคอนเท้นต์แบบไหนที่เหมาะกับการยิง Ads Tiktok คอนเท้นต์แบบไหนที่เหมาะกับการทำ Tiktok Ads และคนอยากดูแบบไม่กดเลื่อนฟี้ดไปและไม่กด Skip โฆษณา มีดังนี้ ทำคลิปแนวตั้ง 9:16 ควรเลือกโพสคลิปในไซส์แนวตั้ง 9:16 ซึ่งเป็นสัดส่วนแบบหน้าจอมือถือ จะช่วยให้ผู้รับชมเห็นเนื้อหาในคลิปได้ครอบคลุมที่สุด ข้อดีของการทำคลิปไซส์ ภาพจะไม่พลิกกลับไปมา แม้กระทั่งตอนที่ดูภาพแนวนอน ช่วยเสริมการรับชมวิดีโอได้เพลินขึ้น    ทำคลิป Tiktok เน้นความสนุก คลิปคอนเท้นต์ที่เน้นความบันเทิงได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่ง 5 อันดับคลิปยอดนิยมที่ได้รับยอดวิวสูงในติ้กตอกของปี 2021 มี ดังนี้  คลิปสั้นจากรายการทีวี คอนเสิร์ต เบื้องต้น คลิป Vlog  คลิปทำอาหาร…

ทำไมเราถึงต้องทำ Silo Structure ตั้งแต่แรก มีผลดีต่อ SEO อย่างไร?

ทำไมเราถึงต้องทำ Silo Structure ตั้งแต่แรก มีผลดีต่อ SEO อย่างไร?

การทำเว็บไซต์ให้มี Link building ภายในเว็บเป็นลักษณะ Silo เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักทำ SEO และเอาจริงๆก็เป็นวิธีที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ดีทั้งกับเรื่องการจัดเก็บข้อมูล(Indexed) และการจัดอันดับ(Ranking) แถมยังช่วยในการเพิ่มคะแนนให้กับเว็บไซน์ และเรื่องการทำ Backlink อีก Silo Structure คืออะไร? การออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์เราสามารถทำได้หลายแบบ ส่วนการออกแบบในลักษณะ Silo นั้นคือการจัดกลุ่มเนื้อหาที่เป็นประเภทเดียวกันด้วย Internal link เช่นเนื้อหาประเภทรองเท้าก็เชื่อมโยงแค่รองเท้า เนื้อหาเกี่ยวกับกางเกงยีนก็โยง Internal link ไปหาแค่กางเกงยีนในกลุ่มเดียวกันเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเวลาจัดกับข้อมูล ดังนั้นสิ่งสำคัญของการทำ Silo Structure คืออย่าโยง Internal link ไปหาเนื้อหาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มหรือประเภทที่เราเลือกไว้ แต่ฟังแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งมองว่าใครทำSEO ก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้ติดSEOได้นะครับ อย่างที่ผมเคยเล่ามาตลอดว่าการทำ SEO มีปัจจัยอยู่เยอะมาก อย่างเช่นเว็บไซต์ข่าวหลายเจ้าก็ไม่สามารถนำวิธี Silo มาใช้ได้ แต่ก็ใช้ปัจจัยอื่นในการเรียก Traffic ได้เหมือนกัน (เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้ฟัง) การทำ Silo Structure มีข้อดีอย่างไร? 1. การทำ Silo Structure ช่วยให้…

สั่งงานแบบไหนดีเพื่อให้ทีม SEO ทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สั่งงานแบบไหนดีเพื่อให้ทีม SEO ทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เคยไหมครับเวลาทำงานกับเจ้านายแล้วรู้สึกว่างานเข้ามาล้นตลอดไม่เสร็จสักที กลับกันถ้าหากเราเป็นเจ้านายที่ดูแลทีมงานบ้าง ทำอย่างไรให้การกระจายงานจะไม่สร้างภาวะงานล้นให้กับทีม? และทำอย่างไรที่จะช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น? สิ่งหนึ่งที่ผมเคยทำกับทีมงานคือการกำหนดการทำงานแบบ “Task To do” ซึ่งก็ดีครับ มันทำให้งานมีประสิทธิภาพระดับนึง งานถูกทำได้สำเร็จตามแผนงาน   แต่ๆๆ เรื่องการทำ Task To do  ควรเป็น Action Plan ในการทำงานมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกับตัวทีมหรือตัวเราเอง  สมมติว่าคุณมี Task to do ที่ 20-30 มาจ่อตรงหน้า  รู้สึกมันเริ่มเยอะใช่ไหมครับ  นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เรามีภาวะและความรู้สึกที่เรียกว่า “งานล้น”   คือมีงานมารอจ่อตรงหน้าจนยังไม่ได้ทำก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผมเริ่มนำมาปรับใช้กับทีมและตัวเอง คือการทำงานในแบบของ “Backlog” เพื่อจัดช่วยทีมงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Backlog คืออะไร Backlog คือการกำหนดลำดับความสำคัญของงาน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและรู้ลำดับว่าควรทำอะไรก่อนหลัง โดยมีเครื่องมือมากมายที่ช่วยเราในการออกแบบการทำงานแบบbacklogไม่ว่าจะเป็น Jira, Azure หรือ Trello  ทำไมการทำ Backlog ถึงสำคัญในการนำมาใช้บริหารทีม ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยทำงานกับหัวหน้าที่สั่งงานเป็นลักษณะ To do อย่างเดียว คุณจะพบว่าการทำงานแบบนี้มันรู้สึก…

เอาใจสาย Google Treand ด้วย Glimpse ที่จะบอกข้อมูลได้ละเอียดยิ่งขึ้น

เอาใจสาย Google Treand ด้วย Glimpse ที่จะบอกข้อมูลได้ละเอียดยิ่งขึ้น

เอาใจสาย Google Treand ด้วย Glimpse ที่จะบอกข้อมูลได้ละเอียดยิ่งขึ้น เครื่องมือ Glimpse – Google Trends Supercharged ตัวนี้เป็นเครื่องมือเสริมที่อยู่ใน Extension Chrome หากปกติเราเป็นคนที่ชอบการใช้ตัว Google trend อยู่แล้ว เจ้าตัว Glimpse จะช่วยเราในการหาข้อมูลมากยิ่งขึ้นครับ โดยในส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเท่าที่ผมลองเล่น ก็ช่วยให้การดูข้อมูลใน Google trend ง่ายขึ้นจริงๆ  มีอะไรบ้างเราลองมาดูกันครับ ฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาใน Google trend มีอะไรบ้าง? 1.ข้อมูลการค้นหาในแต่ละเดือนเฉลี่ยกัน  โดยเราสามารถดูข้อมูลเฉลี่ยรวมทั้งหมดได้ จากตอนแรกที่ไม่มีในกราฟ และสามารถดูอันดับการเติบโตของเทรนด์ว่าตอนนี้ขึ้นหรือลงที่กี่เปอร์เซ็น 2.Related Trending Queries แสดงผลเทรนคีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกันกับคีย์เวิร์ดที่เราค้นหา  ข้อดีการแสดงผลนี้คือจะทำให้เราเห็นคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียง และเทรนด์ที่กำลังมาแรงได้มากขึ้น 3.Channel : คีย์เวิร์ดนี้ได้รับความนิยมในช่องทางใดมากที่สุด โดย Channel จะช่วยเราในการเช็คว่าคีย์เวิร์ดนี้ได้รับความนิยมในช่องทางใดมากที่สุด และเมื่อเรารู้เราก็จะสร้างคอนเทนต์บนช่องทางนั้นเป็นหลัก 4.People Also Search For อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการดูคีย์เวิร์ดเชิง Longtail…

Poko-Sticking คืออะไร? และส่งผลต่อ SEO อย่างไรบ้าง? ต่างจาก Bounce-rate อย่างไร?

Poko-Sticking คืออะไร? และส่งผลต่อ SEO อย่างไรบ้าง? ต่างจาก Bounce-rate อย่างไร?

เมื่อมีคนเข้าเว็บไซต์เราจากการค้นหาบนกูเกิ้ล แล้วออก(ทันที)!  คำถามคือจะมีผลต่อSEOหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน? เหตุการณ์นี้เราเรียกว่าการเกิด Poko- Sticking  เราลองมาดูกันครับว่าส่งผลต่อ SEO แค่ไหน และมีวิธีแก้ไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้ยังไงบ้าง Poko-Sticking คืออะไร เจ้าตัว Poko-Sticking เกิดจากกรณีที่มีการค้นหาบนหน้ากูเกิ้ลและเข้าเว็บไซต์หนึ่งแล้วออกทันทีเพื่อไปเข้าอีกเว็บไซต์  เช่น ผมค้นหาคำว่าขายส่งหลอดไฟ ผมเข้าเว็บไซต์ A และผมเลื่อนดูเว็บไซต์อย่างรวดเร็วจนสุด ก็ออกมาที่หน้ากูเกิ้ลและเข้าสู่เว็บไซต์ B ต่อ  ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ เหตุการณ์นี้จะเกิดได้จากกรณีที่ผู้ค้นหาเข้าในกูเกิ้ลและเข้าในเว็บไซต์ พอลองหาดูแล้วไม่เจอข้อมูลที่ต้องการจึงกลับออกมาเพื่อมาเข้ายังเว็บไซต์อื่นต่อ Poko-Sticking แตกต่างจาก Bounce-rate ยังไง อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่ากรณี poko-sticking เกิดจากการเข้าเว็บไซต์ผ่านทางกูเกิ้ล(SERP) แล้วออกอย่างรวดเร็ว ส่วน bounce-rate เกิดจากกรณีที่เข้าเว็บไซต์ไม่ว่าช่องทางไหนก็ตาม แล้วไม่มีการทำให้กับเว็บไซต์ เช่นกดหน้าต่อไป,กดดูวีดีโอ หรือกดดูอะไรก็ตาม  แล้วออกจากหน้านั้น  อันนี้จะมองเป็นการเกิดbounce-rate ทำไมถึงเกิด poko-sticking นั่นเพราะว่าเกิดจากการออกแบบหน้าเว็บไซต์หรือUXที่ไม่ดีพอทำให้ไม่สามารถดึงดูด User ที่เข้ามาได้ ส่งผลให้ผู้เข้าเว็บไซต์ผ่านทาง SERP ออกทันที   หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเนื้อหาภายในเว็บไซต์เป็นแบบ Click bait…

Bounce Rate & Exit Rate คืออะไร? และ มีผลต่อ SEO หรือไม่?

Bounce Rate & Exit Rate คืออะไร? และ มีผลต่อ SEO หรือไม่?

โดยเราสามารถดูสองค่านี้ผ่าน Google Analytics ได้ โดยทั้งสองค่ามีความแตกต่างกัน Bounce Rate คืออะไร? ถ้าให้อธิบายง่ายๆคือการที่คนเข้าหน้านั้นแล้วออกทันทีโดยไม่มีการตอบสนองใดๆกับหน้านั้น Exit Rate คืออะไร? เมื่อมีการเข้ามายังเว็บไซต์แล้ว ได้มีการคลิกไปยังหน้าต่างๆ และเมื่อมีการออกจากเว็บไซต์ จะมีค่าเฉลี่ยว่าหน้าสุดท้ายอันไหนที่ผู้ใช้งานอยู่ก่อนออก เช่น ส่วนใหญ่มีการเข้าหน้า A > B > C. แล้วออก แปลว่าหน้า C มีเปอร์เซ็นการ Exite Rate ที่สูงที่สุด ประเด็นการทำ Bounce Rate กับ SEO จริงๆแล้วการนำ Bounce Rate มักจะถูกพูดในกลุ่มของ SEO มาก่อน เหตุผลเพราะมีการใช้งานก่อน Exit Rate และมีเสียงที่แตกอยู่สองฝั่งคือฝั่งที่บอกว่า Bounce Rate ถูกรวมในปัจจัยการทำ SEO และไม่ถูกรวม ในโพสนี้ผมเลยจะขอพูดแค่เรื่องของ Bounce Rate กับ SEO…

หนทางทำE-Commerce ด้วยContent AI GPT-3

เมื่อตอนนี้ทั้งตลาดหันมาใช้ AI ในการเขียนรายละเอียดสินค้า จะทำอย่างไรที่จะสร้างความโดดเด่นและแตกต่างได้มากที่สุด บทความนี้ดีมากครับ เพราะเขียนครบทุกรายละเอียดเกี่ยวกับ GPT-3 ที่เราต้องรู้หากจะนำมาใช้งาน https://wordlift.io/blog/en/gpt3-for-ecommerce/?fbclid=IwAR2Gk1Imi-t2Cc6Xon0QdQLe_ruiDWH_kTxxSkXLOUQkBy3togNCwdFhd0c

10 เครื่องมือ! ที่จะช่วยดูแลด้าน Social Media ให้กับเรา

10 เครื่องมือ! ที่จะช่วยดูแลด้าน Social Media ให้กับเรา

โดยเช็คลิสเครื่องมือทั้ง 10 นี้มีตั้งแต่เครื่องมือเช็ค Data, เครื่องมือที่เป็นMonitor, เครื่องมือช่วยโพส และอื่นๆ มีเครื่องมืออะไรบ้างลองมาดูกัน 1.Mobile Monkey เครื่องมือตอบแชทอัตโนมัติผ่าน Facebook, IG, Website Chat, SMS เก็บข้อมูลเพื่อนำมาทำ LEAD ได้https://mobilemonkey.com/ 2.Social blade เครื่องมือที่จะช่วยเช็คข้อมูลเฉพาะแพลตฟอร์ม Youtube และ Instragramhttps://socialblade.com/ 3.Google Trend เครื่องมือที่เราสามารถดูเทรนการค้นหาจาก Googlehttps://trends.google.co.th/ 4.Mention เครื่องมือที่เป็น Monitor ระหว่างเว็บไซต์และ Social Media ให้กับเราhttps://mention.com/ 5.Not just analytics เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ฝั่ง Instagram และ Tiktok เหมาะสำหรับใครที่อยากต้องการทำการตลาดฝั่งนี้หรือเพิ่มผู้ติดตามhttps://www.notjustanalytics.com/ 6.Ad libary เครื่องมือเช็คโฆษณาในฝั่งเฟสบุ๊คและอินสตราแกรม โดยใส่คีย์เวิร์ดก็จะสามารถเห็นโฆษณาทั้งหมดของเฟสบุ๊ค (ตัวนี้ดีมาก)https://www.facebook.com/ads/library/ 7.Canva เครื่องมือช่วยสร้าง Content ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบนเนอร์…

มาเล่าวิธีทำคีย์เวิร์ดติดหน้า 1 ในระยะเวลา 1 เดือน โดยไม่ใช้ Backlink !

zxcvxzcvzxcv zxvzxcvzcx zxcvzxcvzxcvzxcvcxz ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ

Backlink ประเภท Redirect 301 ดีอย่างไร ?

Backlink ประเภท Redirect 301 ดีอย่างไร ?

การทำ Backlink ประเภทนี้มีความซับซ้อนในการทำ เพราะสามารถป้องกันการโดนแบนจากกูเกิ้ลได้ และสามารถส่งพลังได้ดี Backlink คืออะไร? แบล็กลิงก์คือการที่มีลิงก์จากนอกเว็บไซต์ส่งมายังเว็บไซต์ของเรา ยกตัวอย่าง เว็บไซต์ B ส่งลิงก์มาให้เว็บไซต์ A. เว็บไซต์ A จึงได้คะแนนเครดิตตรงนี้ไป ข้อดีของ Backlink? คือสามารถช่วยให้อันดับโตขึ้นได้ (ถ้าใครตามอ่านที่ผมเขียนจะรู้ว่าผมให้ความสำคัญการทำแบล็กลิงก์อยู่ในส่วนท้ายสุด) การทำRedircet 301 ดีอย่างไร? กูเกิ้ลจับข้อมูลจาก URL ของเรา ดังนั้นถ้า A.com/AAA ติดอันดับ 1 แล้วเราต้องการจะเปลี่ยน URL เป็น A.com/BBB เราจะต้องทำการ Redirect ประเภท 301 เพื่อให้อันดับต่างๆจากของเดิมมายังของใหม่ (เพราะถ้าไม่ทำกูเกิ้ลจะไม่รู้) วิธีการทำ Backlink แบบ Redirect 301 1.หา Backlink ที่มี DR UR สูงๆ และยิ่งมี Traffic ได้จะดีมาก ส่งให้กับเว็บไซต์…