fbpx

8 ไอเดียคอนเทนต์ที่ต้องทำมากที่สุด

ในยุคที่การตลาดแข่งขันกันสูง วิธีเดียวที่จะทำให้กลุ่มลูกค้ารู้จักและชื่นชอบแบรนของเราได้ดีคือการทำ Content  เราคงได้ยินประโยค “Content is king.” คำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวของ  บิล เกตส์ ที่พูดถึงความสำคัญของคอนเทนต์ว่ามีผลต่อการตลาดมากแค่ไหน  

วันนี้จึงขอหยิบยก 8 รูปแบบ Content ที่ต้องทำมากที่สุด ทั้งเป็นที่นิยม และได้ผลมากที่สุด รวมถึงเราจะมาเจาะลึกกันว่าคอนเทนต์แต่ละรูปแบบมีข้อดีที่จะช่วยธุรกิจของเราอย่างไรบ้าง

1. Blog

(อ้างอิงจากเว็บไซน์ https://imsynthiachan.files.wordpress.com)

การเขียนบล็อกนั้นเป็นการเขียนคอนเทนต์หรือเรื่องราวที่จะนำเสนอ อาศัยความน่าสนใจของเนื้อหาให้ตรงกับกลุ่มผู้อ่าน ดูผิวเผินอาจดูไม่น่าสนใจเท่าการทำคอนเทนต์แบบอื่น แต่สำหรับคนทำเว็บ คอนเทนต์ในรูปแบบBlogถือว่ามีประสิทธิภาพมาก เราลองมาดูข้อดีของการทำ Blog กัน

ข้อดี

  • ติด SEO ได้ง่าย
  • ลูกค้าเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย และเข้าถึงคอนเทนต์ได้ง่าย
  • นำคนเข้ามาสู่เว็บไซน์ของเราได้ง่ายขึ้นด้วยหัวข้อที่น่าสนใจ
  • เหมาะสำหรับธุรกิจ B2B สามารถหาลูกค้ากลุ่ม LEAD ได้เพิ่มขึ้นถึง 67% จากการใช้Blog 
  • เว็บไซน์ที่มีบล็อก Index pages จะเพิ่มขึ้นถึง 434% (ถือว่าเยอะมาก)
  • เว็บไซน์ที่มีบล็อก Index links จะเพิ่มขึ้น 97%

Case study

บ้านและสวน baanlaesuan.com

บ้านและสวน( baanlaesuan.com) ถือเป็นเว็บไซน์ที่เน้นในส่วนของ Blog หรือ บทความ แม้จะไม่ได้ขายสินค้าแต่ด้วยคอนเทนต์ที่เป็น Blog จึงทำให้เว็บไซน์ติด Keyword อันดับ 1 ในหลายๆคำ สังเกตุว่าเป็นคำที่มีการค้นหาที่มากในทุกคำ และมีจำนวนคนที่เข้าเว็บไซน์มากถึง 206,434 ครั้งในเดือนมิถุนายน 2562

Traffic ของเว็บไซน์ Baanlaesuan.com

ข้อมูล keyword ของบ้านและสวน

** SEO keyword = คำที่ใช้ในการค้นหาใน Google

    Volume = จำนวนครั้งที่ถูกค้นหาต่อหนึ่งเดือน เช่นคำว่าปลูกผัก มีการค้นหาถึง 40,500 ครั้งต่อหนึ่งเดือน

Position = อันดับของเว็บไซน์ใน Google เมื่อมีการค้นหาในแต่ละ Keyword 

EST. Visits = การประมาณจำนวณคนที่เข้าเว็บไซน์จาก Keyword นั้น

ดังนั้นหากอยากให้ธุรกิจหรือเว็บไซน์เป็นที่ต้องการของตลาดในด้านใดก็ตาม แม้จะใช้คอนเทนต์ในรูปแบบ Blog อย่างเดียวก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจของเราได้ 

2.Video

วีดีโอถือเป็นการทำคอนเทนต์ที่ขาดไม่ได้และทรงพลังมากในยุคนี้ เราลองมาดูข้อดีของวีดีโอกัน

  • 2 ใน 3 ของคนทั้งโลกที่เสพคอนเทนต์ เสพวีดีโอเป็นหลัก
  • การใช้วีดีโอจะช่วยเพิ่ม Organic Traffic ถึง 157%
  • การใช้วีดีโอจะช่วยเพิ่มระยะเวลาให้ลูกค้าอยู่ในเว็บไซน์มากขึ้น 105%
  • การตั้งชื่อวีดีโออย่างถูกต้องช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างจริงจัง

เมื่อกลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย เราจึงต้องแบ่งการทำวีดีโอเพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย เช่น

วีดีโอแบบ Short and Attention Informational Video เป็นวีดีโอที่สั้น กระชับ เน้นให้ข้อมูลเป็นหลักและความประทับใจแรก เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็น Awareness Stages หรือก็คือกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่รู้จักเรา สร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าใหม่

3.Infographics

    คอนเทนต์ที่เน้นการให้ข้อมูลกับผู้อ่าน จะช่วยให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของข้อมูล ซึ่งผู้เขียนต้องใช้การสรุปข้อมูลและย่อยออกมาเพื่อให้สามารถเขียนเป็น Infographics ได้ และยังสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ชัดเจน ง่ายต่อการอ่านอีกด้วย

Case Study

ปัจจุบันเราจะเห็นหลายบล็อกประสบความสำเร็จจากให้ข้อมูลในแบบอินโฟกราฟฟิคเช่น ลงทุนแมน ที่ให้ข้อมูลงบการตลาดแก่นักลงทุน  และ The dialogueจาก Thammasat Business School คอนเทนต์ดีๆ นำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิค

Infographics ลงทุนแมน

Infographics The dialogue

4.Case study

เป็นคอนเทนต์ที่ปิดการขายทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคยใช่ไหมครับเวลาเราจะเลือกซื้อของอะไรก็มักจะดูในคอมเม้น หรือไม่ก็ไปดูใน Pantip.com ว่าคนชอบใช้สินค้ายี่ห้ออะไร ข้อดีของคอนเทนต์ประเภทนี้คือ

  • ภาพลักษณ์ที่สามารถจับต้องได้ มีการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ลูกค้ารู้จักเราได้มากข้น
  • เหมาะสำหรับคนไทยมาก เพราะชื่นชอบการเห็นลูกค้าตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อ
  • เคสตัวอย่าง จะช่วยให้เราปิดการขายทางอ้อมได้ง่ายขึ้น
  • สร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์ และเราสามารถทำให้ลูกค้าซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ของเราได้

5.Ebooks

เหมาะกับประเภทของคนที่ชอบอ่าน อีบุคที่ดีจะต้องมีเนื้อหาที่โดนๆ เช่นเนื้อหาแนวเทคนิค How to เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้อ่านโหลดอีบุคของเรา หรือเราสามารถกระตุ้นได้ด้วยการเพิ่มการจำกัดอีบุค วางระยะเวลาจำกัด ก็สามารถกระตุ้นให้มีการดาวน์โหลดได้เหมือนกัน 

  • เป็นที่นิยมสำหรับต่างประเทศ 
  • ในประเทศไทยสามารถทำได้กับธุรกิจที่ต้องให้ข้อมูลเฉพาะทาง หรือเทคนิคต่างๆ
  • เราสามารถทำ LEAD กับกลุ่มคนที่ดาวน์โหลดอีบุคได้ 

6.White papers

หรือก็คืองานวิจัย เหมาะสำหรับแนวการให้ข้อมูลที่จริงจัง เช่นธุรกิจประเภท B2B ที่เป็นข้อมูลเฉพาะทาง งานวิจัย เอกสารเชิงลึก การทำข้อมูลเชิงวิจัยจะช่วยทำให้แบรนด์ของเรามีภาพลักษณ์ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจมากขึ้น 

7.Checklists

คอนเทนต์ประเภทเช็คลิสถือเป็นคอนเทนต์ที่ดีมากๆ ข้อดีคือ

  • สรุปข้อมูล ทำให้ลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อของเราได้ง่าย
  • คนยุคใหม่ต้องการเวลา และการจัดระเบียบทางสมองให้ดีขึ้น 

ตัวอย่างการใช้เช็คลิสเช่น หากเราเป็นคนขายกล้อง เราสามารถทำเช็คลิสตรวจสอบกล้องก่อนซื้อเพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจที่จะซื้อได้ง่ายขึ้น

8. Interviews

คอนเทนต์ประเภทการสัมภาษณ์จะช่วยให้ลูกค้าเห็นมุมมองในด้านต่างๆของแบรนด์เราได้ดีขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 การสัมภาษณ์ได้แก่ 

  • สัมภาษณ์ ลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่ได้เห็นฟีดแบ็คสินค้าของเราตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
  • สัมภาษณ์ Influencer จะช่วยทำให้แบรนด์ของเราดูเป็นผู้เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น
  • สัมภาษณ์ พนักงาน เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัทของเรา และสร้างความไว้วางใจได้อีกด้วย
  • สัมภาษณ์ Prospect จะทำให้เห็นเทรนด์ของความชื่นชอบในตัวสินค้าเรามากขึ้น

ทั้ง 8 รูปแบบเป็นไอเดียสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจของเราได้ มั่นปรับคอนเทนต์ให้หลากหลายมากขึ้น แล้วคุณจะได้กลุ่มลูกค้าที่ต้องการอย่างแน่นอน

 

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

บทความอื่นๆ

บทความseo

บทความไม่ติดSEO ทำอย่างไรให้บทความติดSEO keywordที่ต้องการ (มีคลิป)

แชร์ประสบการณ์จากข้อเท็จจริงที่ผมเจอในเรื่องของการทำบทความให้กับ seo  ปัญหาที่พบบ่อย มีบทความอยู่ในเว็บไซต์จำนวนมาก แต่บทความไม่ติด

อ่านต่อ »
keyword idea

วิธีหาคีย์เวิร์ดไอเดียจากคู่แข่ง นำมาปั้นจนติดอันดับ 1

สำหรับโพสนี้จะมาแชร์วิธีการโดยตรงที่ผมทำ โดยลำดับคร่าวๆ เคยไหมครับที่อยากจะดันSEO ให้เว็บไซต์ แต่นึกไม่ออกว่าจะทำคีย์เวิร์ดอะไร?

อ่านต่อ »

เว็บไซต์ของเรามีการเก็บ cookies ซึ่งเก็บข้อมูลว่าคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราอย่างไรและช่วยให้เราจดจำคุณได้ เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อการทำ analytics และนำมาสู่การทำให้ประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ดียิ่งขึ้น